Image default
เทคนิคการเทรด Forex

Trend Line คืออะไร

Trend Line คืออะไร

Trend Line คืออะไร สำหรับการวิเคราะห์ทาง Technical analysis นั้น ก็อาจพูดได้ว่าเครื่องมือที่เทรดเดอร์นิยมใช้กันมากที่สุด ก็คือ Trend line หรือ แนวโน้ม นั่นเอง เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพการใช้งานดีเยี่ยม สามารถพลิกแพลงและยืดหยุ่นในการใช้งานได้อย่างหลากหลาย เทรดเดอร์หลายรายใช้การตีเส้น Trend line เพียงอย่างเดียวก็สามารถทำกำไรจากตลาด forex ได้ เป็นความจริงที่ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ อย่างไรก็ตาม การใช้งาน Trend line นั้น ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญของตัวเทรดเดอร์ด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นอาจส่งผลร้ายต่อตัวเทรดเดอร์เอง แทนที่จะเป็นผลดี

 

Trend Line คืออะไร

 

Trend Line คืออะไร Trend Line หรือ แนวโน้ม แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)

แนวโน้มขาลง (Downtrend)

แนวโน้มเคลื่อนที่ไปด้านข้าง (Sideway)

ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเข้าเทรดได้ถูกจุด และมีเหตุผลในการเทรดมากขึ้น

 

 

  1. แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)

จุดสูงสุดใหม่ จะอยู่สูงกว่า จุดสูงสุดเก่าเสมอ หรือพูดได้อีกอย่างว่า High ใหม่ จะอยู่สูงกว่า High เก่า คือ H1 < H2 < H3

จุดต่ำสุดใหม่ จะอยู่สูงกว่า จุดต่ำสุดเก่าเสมอ หรือพูดได้อีกอย่างว่า Low ใหม่ จะอยู่สูงกว่า Low เก่า คือ L1 < L2

หลังจากนั้นเมื่อกราฟขึ้นไปถึงจุดจุดหนึ่ง กราฟก็จะเลือกทิศทางอีกทีว่าจะขึ้นหรือจะลง

 

เทรดเดอร์สามารถเลือกจุดเข้าซื้อได้ 2 แบบได้แก่ ตามเทรนด์ หรือสวนทาง

1) ตามเทรนด์ สังเกตจุดต่ำสุด คือ L1 กับ L2 เทรดเดอร์สามารถเปิดออเดอร์ Buy ได้ในสองจุดนี้ และสามารถปิดออเดอร์ได้ตามความต้องการ หรือปิดเมื่อกราฟไปแตะเส้น Trend line เส้นบน ในกรณีนี้ความเสี่ยงจะน้อยกว่าสวนทาง เพราะกราฟกำลังมีแนวโน้มขึ้น

2) สวนทาง สังเกตจุดสูงสุด คือ H1 H2 และH3 เทรดเดอร์สามารถเปิดออเดอร์ Sell ได้ในสามจุดนี้ และสามารถปิดออเดอร์ได้ตามความต้องการ หรือปิดเมื่อกราฟไปแตะเส้น Trend line เส้นล่าง ในกรณีนี้ความเสี่ยงจะมากกว่าตามเทรนด์ เนื่องจากกราฟกำลังมีแนวโน้มขึ้น แต่เทรดเดอร์ก็จะได้กำไรตอนกราฟลง

ดังนั้นการที่เราจะเทรดตอนแนวโน้มขาขึ้น เราควรเปิดออเดอร์ Buy เพื่อลดความเสี่ยงดีกว่า เปิดออเดอร์ Sell สวนทาง

 

  1. แนวโน้มขาลง (Downtrend)

จุดสูงสุดใหม่ จะอยู่ต่ำกว่า จุดสูงสุดเก่าเสมอ หรือพูดได้อีกอย่างว่า High ใหม่ จะอยู่ต่ำกว่า Highเก่า คือ H1 > H2 > H3

จุดต่ำสุดใหม่ จะอยู่ต่ำกว่า จุดต่ำสุดเก่าเสมอ หรือพูดได้อีกอย่างว่า Low ใหม่ จะอยู่ต่ำกว่า Low เก่า คือ L1 > L2

หลังจากนั้นเมื่อกราฟขึ้นไปถึงจุดจุดหนึ่ง กราฟก็จะเลือกทิศทางอีกทีว่าจะขึ้นหรือจะลง

 

เทรดเดอร์สามารถเลือกจุดเข้าซื้อได้ 2 แบบคือ ตามเทรนด์ หรือสวนทาง เช่นเดียวกัน

1) ตามเทรนด์ สังเกตจุดสูงสุด คือ H1 H2 และH3 เทรดเดอร์สามารถเปิดออเดอร์ Sell ได้ในสามจุดนี้ และสามารถปิดออเดอร์ได้ตามความต้องการ หรือปิดเมื่อกราฟไปแตะเส้น Trend line เส้นล่าง ในกรณีนี้ความเสี่ยงจะน้อยกว่าสวนทาง เนื่องจากกราฟกำลังมีแนวโน้มลง

2) สวนทาง สังเกตจุดสูงสุด คือ L1 กับ L2 เทรดเดอร์สามารถเปิดออเดอร์ Buy ได้ในสองจุดนี้ และสามารถปิดออเดอร์ได้ตามความต้องการ หรือปิดเมื่อกราฟไปแตะเส้น Trend line เส้นบน ในกรณีนี้ความเสี่ยงจะมากกว่าตามเทรนด์ เนื่องจากกราฟกำลังมีแนวโน้มลง แต่เทรดเดอร์ก็จะได้กำไรตอนกราฟขึ้น

ดังนั้นเมื่อเทรดเดอร์จะเทรดตอนแนวโน้มขาลง ก็ควรเปิดออเดอร์ Sell เพื่อลดความเสี่ยงดีกว่า เปิดออเดอร์ Buy สวนทาง

 

Trend Line คืออะไร

 

  1. แนวโน้มเคลื่อนที่ไปด้านข้าง (Sideway)

จุดสูงสุดใหม่ จะอยู่ใกล้เคียงกับ จุดสูงสุดเก่าเสมอ หรือพูดได้อีกอย่างว่า High ใหม่ จะอยู่ใกล้เคียงกับ High เก่า คือ H1 = H2 = H3

จุดต่ำสุดใหม่ จะอยู่ใกล้เคียงกับ จุดต่ำสุดเก่าเสมอ หรือพูดได้อีกอย่างว่า Lowใหม่ จะอยู่ใกล้เคียงกับ Low เก่า คือ L1 = L2 = L3

หลังจากนั้นเมื่อกราฟขึ้นไปถึงจุดจุดหนึ่ง กราฟก็จะเลือกทิศทางอีกทีว่าจะขึ้นหรือจะลง

 

เทรดเดอร์สามารถเลือกจุดเข้าซื้อได้ 2 แบบคือ ตามเทรนด์ หรือสวนทาง เช่นเดียวกัน

1) ตามเทรนด์ สังเกตจุดสูงสุด คือ H1 H2 และH3 เทรดเดอร์สามารถเปิดออเดอร์ Sell ได้ในสามจุดนี้ และสามารถปิดออเดอร์ได้ตามความต้องการ หรือปิดเมื่อกราฟไปแตะเส้น Trend line เส้นล่าง ในกรณีนี้ความเสี่ยงจะเท่า ๆ กัน 50:50

2) สวนทาง สังเกตจุดสูงสุด คือ L1 L2 และL3 เทรดเดอร์สามารถเปิดออเดอร์ Buy ได้ในสองจุดนี้ และสามารถปิดออเดอร์ได้ตามความต้องการ หรือปิดเมื่อกราฟไปแตะเส้น Trend line เส้นบน ในกรณีนี้ความเสี่ยงจะเท่า ๆ กัน 50:50

สาเหตุที่เทรดเดอร์ไม่ควรเทรดตอนแนวโน้มเคลื่อนที่ไปด้านข้าง ก็เพราะกราฟมีโอกาสเปลี่ยนทิศทางได้ 50:50 ไม่แน่นอนนั่นเอง

 

Trend line คือเทคนิคพื้นฐานที่เทรดเดอร์ไม่ควรละเลย และถ้าจะให้ดี เทรดเดอร์ควรนำเทคนิคอื่น ๆ มาผสมรวมเข้าด้วยกัน ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ และหาความรู้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น



Related posts

Accumulation Swing Index คืออะไร

Admin

Doji คืออะไร มีลักษณะเป็นอย่างไร

Admin

Candle Stick คืออะไร

Admin

Leave a Comment